จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

พุทธศาสนาสอน

|| รูปพุทธวจน || พุทธ || VDOพุทธวจน || คำสอน  || ตรวจคำสอน || โปรแกรมCheckคำสอน ||

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก
พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของชาวพุทธทั้งหลาย
       ชาวพุทธทั้งหลายต้องศรัทธาเชื่อมั่น  ในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นอันดับหนึ่ง   เป็นสรณะ  เป็นที่พึ่งที่ระลึก  เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรม จริงแท้ มีเหตุมีผล เช่นเดียวกันกับระบบของวิทยาศาสตร์  พุทธศาสนาบอกสัจธรรม ความจริงของธรรมชาติ  และพุทธศาสนาบอกวิธีปฏิบัติ เพื่อให้นำความรู้จากความจริง มาใช้ประโยชน์
      สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสบ่อย ปฏิบัติบ่อย  เราชาวพุทธทั้งหลายควรปฏิบัติตามก่อน  เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้ปฏิบัติตามย่อมเกิดผลดีแก่ตนเองแน่นอน   จะพ้นทุกข์   และมีสุขแท้จริง 

สิ่งที่พระพุทธเจ้าสวด สาธยายบ่อย    คือ  กฏอิทัปปัจจยตา  และ ปฏิจจสมุปบาท สายเกิด    ปฏิจจสมุปบาทสายดับ  และอาปานสติการรู้ลมหายใจเข้า  การรู้ลมหายใจออก   ผู้ใดทำบ่อย ทำมาก  มีความสุขทางใจที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง  พ้นทุกข์ได้จริง  

พุทธศาสนาสอนไว้ว่า   สิ่งทั้งหลายเป็นระบบธรรมชาติอันเดียวกัน  เป็นไปตามเหตุปัจจัย มีความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุเป็นผล อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นก็กระทบกันหมด มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้จึงประเสริฐ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มนุษย์ที่ฝึกตนดีแล้วย่อมประเสริฐสุด...    พุทธศาสนาบอกสัจธรรมความจริง...  และ พุทธศาสนาก็บอก การนำความรู้จากความจริงไปใช้ประโยชน์   ตัวอย่างเช่น  ตนเป็นที่พึงแห่งตน   นี้คือ พุทธศาสนาบอกสัจธรรมความจริง  และ พุทธศาสนาบอกวิธีปฏิบัติ  ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้จะต้อง  เพียรฝึกตนให้มีปัญญามีความรู้ความสามารถ ย่อมเป็นที่พึ่งได้แท้จริง ทำตนให้เป็นที่พึงได้แท้จริง 
      
   เหตุปัจจัย ที่ทำให้ความเพียรมีผล  ความพยายามมีผล
ไม่เอาทุกข์ทับถมตนที่ไม่มีทุกข์ ทับถม ๑.      ไม่สละความสุขที่เกิดโดยธรรม ๑. 
ไม่เอาทุกข์ทับถมตนที่ไม่มีทุกข์... ไม่ละสุขที่ชอบธรรม... แม้สุขที่ชอบธรรมก็ไม่ติดเพลิน.

พุทธวจน พระธรรม คำของพระพุทธเจ้า




 #ก่อนเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์ ก่อนพูดให้ยั้งคิดวินิจฉัย ก่อนทำกิจการงานใดๆคิดให้รอบคอบ #ท่านทั้งหลายเชิญพิสูจน์

         พุทวจน คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  นำมาปฏิบัติแล้ว สามารถพ้นทุกข์ได้จริง    โปรดพิจารณาแต่ละคำ  แต่ละประโยค   จะมีเหตุมีผล    มีหลักการ    มีความเชื่อมโยง        เพราะ        พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นผู้รู้แจ้งโลก  
    () พึงทำความเพียรเพื่อให้รู้ตามจริงว่า นี้เป็นทุกข์(ทุกข์)..... นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์(สมุทัย)..... นี้เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(นิโรธ)..... นี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(มรรค).....ทุกข์, สมุทัย,จัดเป็นสายเกิดทุกข์..... นิโรธ,มรรค จัดเป็นสายดับทุกข์.....   รู้ความจริงในทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค   นี้เรียกว่า     ความเห็นชอบ ความเห็นถูกต้อง สัมมาทิฏฐิ 
     ( อริยะมรรคมีองค์แปด  ๑.ความเห็นถูกต้อง  ๒.ความดำริถูกต้อง  ๓.การพูดจาถูกต้อง  ๔.การงานถูกต้อง  ๕.การเลี้ยงชีพถูกต้อง  ๖.ความเพียรถูกต้อง  ๗.ความระลึกถูกต้อง  ความตั้งใจมั่นถูกต้อง...นี้เรียกว่าอริยมรรคมีองค์๘  

  (๓) สภาวะที่จิตมีกำลัง  จะเป็นดังนี้.....  เมื่อปราโมทย์แล้ว  ปีติย่อมเกิด..... เมื่อใจมีปีติ  ปัทสัทธิย่อมมี..... เมื่อมีปัทสัทธิ  ย่อมอยู่เป็นสุข..... เมื่อมีสุข  จิตย่อมตั้งมั่น

   (๔) ตัวดึงรั้งไปสู่ทุกข์ ทุกข์อย่างยิ่ง  คือ  นันทิ ความเพลิน    สาราคะ ความพอใจอย่างยิ่ง.....  เมื่อความเพลินมี  ความพอใจอย่ายิ่งย่อมมี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งมี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมมี.....  เมื่อความเพลินไม่มี  ความพอใจอย่างยิ่งย่อมไม่มี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งไม่มี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมไม่มี        อยู่ในกฏอิทัปปัจจยตาข้อที่ว่า   เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้ย่อมมี   เมื่อสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้ย่อมไม่มี 

                                             || ลิ้ง รวมweb พุทวจน ||

พุทธวจน พระธรรม คำของพระพุทธเจ้า


พระปัจจุบันส่วนมาก    สวดท่องแต่สิ่งที่แต่งขึ้นใหม่   
video


 #ก่อนเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์ ก่อนพูดให้ยั้งคิดวินิจฉัย ก่อนทำกิจการงานใดๆคิดให้รอบคอบ #ท่านทั้งหลายเชิญพิสูจน์

         พุทวจน คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  นำมาปฏิบัติแล้ว สามารถพ้นทุกข์ได้จริง    โปรดพิจารณาแต่ละคำ  แต่ละประโยค   จะมีเหตุมีผล มีหลักการ มีความเชื่อมโยง เพราะ   พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นผู้รู้แจ้งโลก  
   
 () พึงทำความเพียรเพื่อให้รู้ตามจริงว่า นี้เป็นทุกข์(ทุกข์)..... นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์(สมุทัย)..... นี้เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(นิโรธ)..... นี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(มรรค).....ทุกข์, 
สมุทัย,จัดเป็นสายเกิดทุกข์..... นิโรธ,มรรค จัดเป็นสายดับทุกข์.....   รู้ความจริงในทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค   นี้เรียกว่า     ความเห็นชอบ ความเห็นถูกต้อง สัมมาทิฏฐิ 

     ( อริยะมรรคมีองค์แปด  ๑.ความเห็นถูกต้อง  ๒.ความดำริถูกต้อง  ๓.การพูดจาถูกต้อง  ๔.การงานถูกต้อง  ๕.การเลี้ยงชีพถูกต้อง  ๖.ความเพียรถูกต้อง  ๗.ความระลึกถูกต้อง  ความตั้งใจมั่นถูกต้อง...นี้เรียกว่าอริยมรรคมีองค์๘  

(๓) สภาวะที่จิตมีกำลัง  จะเป็นดังนี้.....  เมื่อปราโมทย์แล้ว  ปีติย่อมเกิด..... เมื่อใจมีปีติ  ปัทสัทธิย่อมมี..... เมื่อมีปัทสัทธิ  ย่อมอยู่เป็นสุข..... เมื่อมีสุข  จิตย่อมตั้งมั่น

(๔) ตัวดึงรั้งไปสู่ทุกข์ ทุกข์อย่างยิ่ง คือ  นันทิ ความเพลิน    สาราคะ ความพอใจอย่างยิ่ง.....  เมื่อความเพลินมี  ความพอใจอย่ายิ่งย่อมมี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งมี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมมี.....  เมื่อความเพลินไม่มี  ความพอใจอย่างยิ่งย่อมไม่มี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งไม่มี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมไม่มี        อยู่ในกฏอิทัปปัจจยตาข้อที่ว่า   เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้ย่อมมี   เมื่อสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้ย่อมไม่มี 

(๕) สัมมัปธาน ๔  ความเพียรถูกต้อง ความเพียรชอบ
๑.สังวรปธาน              เพียรระวังอกุศล  ที่ยังไม่เกิด  ไม่ให้เกิดขึ้น
๒.ปหานปธาน            เพียรกำจัด อกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว  ให้หมดสิ้นไป
๓.ภาวนาปธาน          เพียรพยามรักษา  ทำให้กุศลเกิดขึ้น  เจริญขึ้น
๔.อนุรักขนาปธาน  เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว    ไม่ให้เสื่อม
                                 นี้ เรียกว่า     ความเพียรสมบูรณ์แบบ    

                                            
 || ลิ้ง รวมweb พุทวจน ||

พุทธวจน พระธรรม คำของพระพุทธเจ้า


# พระในปัจจุบัน  ส่วนมากไม่สนใจคำสอนแท้แท้ ของพระพุทธเจ้า   สนใจแต่คำสอนที่แต่งขึ้นใหม่  # ให้พิจารณาดูใน VDOข้างล่างนี้
video


 #ก่อนเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์ ก่อนพูดให้ยั้งคิดวินิจฉัย ก่อนทำกิจการงานใดๆคิดให้รอบคอบ #ท่านทั้งหลายเชิญพิสูจน์

         พุทวจน คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  นำมาปฏิบัติแล้ว สามารถพ้นทุกข์ได้จริง    โปรดพิจารณาแต่ละคำ  แต่ละประโยค   จะมีเหตุมีผล    มีหลักการ    มีความเชื่อมโยง        เพราะ        พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นผู้รู้แจ้งโลก  
    () พึงทำความเพียรเพื่อให้รู้ตามจริงว่า นี้เป็นทุกข์(ทุกข์)..... นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์(สมุทัย)..... นี้เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(นิโรธ)..... นี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์(มรรค).....ทุกข์, สมุทัย,จัดเป็นสายเกิดทุกข์..... นิโรธ,มรรค จัดเป็นสายดับทุกข์.....   รู้ความจริงในทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค   นี้เรียกว่า     ความเห็นชอบ ความเห็นถูกต้อง สัมมาทิฏฐิ 
     ( อริยะมรรคมีองค์แปด  ๑.ความเห็นถูกต้อง  ๒.ความดำริถูกต้อง  ๓.การพูดจาถูกต้อง  ๔.การงานถูกต้อง  ๕.การเลี้ยงชีพถูกต้อง  ๖.ความเพียรถูกต้อง  ๗.ความระลึกถูกต้อง  ความตั้งใจมั่นถูกต้อง...นี้เรียกว่าอริยมรรคมีองค์๘  

(๓) สภาวะที่จิตมีกำลัง  จะเป็นดังนี้.....  เมื่อปราโมทย์แล้ว  ปีติย่อมเกิด..... เมื่อใจมีปีติ  ปัทสัทธิย่อมมี..... เมื่อมีปัทสัทธิ  ย่อมอยู่เป็นสุข..... เมื่อมีสุข  จิตย่อมตั้งมั่น

   (๔) ตัวดึงรั้งไปสู่ทุกข์ ทุกข์อย่างยิ่ง คือ  นันทิ ความเพลิน    สาราคะ ความพอใจอย่างยิ่ง.....  เมื่อความเพลินมี  ความพอใจอย่ายิ่งย่อมมี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งมี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมมี.....  เมื่อความเพลินไม่มี  ความพอใจอย่างยิ่งย่อมไม่มี..... เพราะความพอใจอย่างยิ่งไม่มี  ความผูกจิตติดกับอารมณ์ย่อมไม่มี        อยู่ในกฏอิทัปปัจจยตาข้อที่ว่า   เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้ย่อมมี   เมื่อสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้ย่อมไม่มี 

                                          || ลิ้ง รวมweb พุทวจน || || รูปพุทธวจน || 

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

ข้างล่างนี้ ไม่ใช่พุทธวจน




พระไตรลักษณ์ :
            พระไตรลักษณ์หนักหน่วงในดวงจิต    สุขุมคิดตรึกตรองให้หนักหนา   พิศเพ่งเล็งเอาพระอนัตตาเป็นไม้เท้าก้าวหน้านำหนทาง    ทุกข์ขังตั้งไว้ให้มั่นคงคอยประจงชำระคอยสะสาง    อวิชชาพาหลงกำบังทางอนิจจังแผ้วถางให้ห่างไกล    อนิจจังตั้งไว้เป็นเค้ามูลอย่าให้สูญจากจิตพิศสมัย   ตัณหาพามืดเป็นบ้าใจอนิจจังดุจประไพประทีปเทียน   กำจัดมืดโมโให้ผ่องแผ้วดังแสงแก้วชูเชิดประเสริฐเศียร   เอาสติตั้งมั่นในความเพียรจิตจำเนียรก่อสร้างในทางธรรม   พระไตรลักษณ์ตักเตือนให้บริสุทธ์ดังมงกุฎเรืองอร่ามดูงามขำ  รัศมีสีใสวิลัยล้ำคือพระธรรมเกื้อกูลจำรูญงาม   บรรดาศีลบริสุทธ์ก็พร้อมเสร็จ  ดังเกราะเพชรสวมใส่ในสนาม   จะป้องกันอวิชชาสง่างามจะพาข้ามเขตกิเลสมาร    หัตถะประซ้ายทรงพระขันธ์อัเรืองศรี   คือขันติอดใจในสงสาร    สำหรับฆ่าพยาบาทให้ขาดกาม   พยามารพ่ายแพ้เพราะขันติ   หัตถะประขวาทรงคว้าอักธะราวุธอันบริสุทธ์สดใสจำเริญศรี   เมตตาพาจิตให้เปรมปรีด์ย่อมข่มขี่โทโสให้ม้วยมร
     กรุณาเป็นโยธาเบื้องขวาทับสำหรับรักษาสโมสร  มุทิตาเป็นโยธาซ้ายประกรณ์ไม่ย่อหย่อนต่อภัยสิ่งใดมา  เสนามารชาญองค์อะลงการก้แผ่พรหมวิหารอุเบกขา  ย่อมประหารมารม้วยให้มรณาคือปัญญาดังดวงมณีนิล  สำหรับส่องช่องมืดให้สว่างแจ่มกระจ่างคือดวงพระกสิน  ที่มืดมนอันทะการก็สูญสิ้นสุดสว่างกระจ่างใจ  เสด็จขึ้นนั่งเหนือหลังสิ้นทบชาติ  คืออิทธิบาททั้ง ๔ จะมีไหนผ่อนชักอาฌาพาเดินดำเนินไป  หนทางใหญ่ คือ อัฎฐังคิกมรรคา  ผลทานเป็นเสบียงลำเลียงส่งให้ข้ามดงแดนเขตกิเลสอันแน่นหนา  สัจจังตั้งไว้ให้นำพาวิริยะอุปถัมภ์เข้าค้ำชูไม่ย่อหย่อนผ่อนชักอาฌาชาญ  เสนามารแลเห็นก็อดสูพระยามัจจุราชก็ไม่อาจจะแลดู  ปิดประตูจตุราไม่อาวรณ์วิริยะล้ำเลิศประเสริฐนัก  เป็นแหล่งหลักปักแน่นไม่หลุดถอนดังหนึ่งปันพะตาพระเมรุทร ไม่ย่อหย่อนท้อถอยจากความเพียรสมาธิมั่นคงดำรงทาง   วิปัสสนาแผ้วถางซึ่งหนามเสี้ยน  สติปัฏฐาน ๔หนทางเตียน  ไม่วนเวียนพาส่งตรงนิพพานคือเมืองแก้วที่สถิตย์ผู้วิเศษ สิ้นกิเลสหมุนไหม้ในสงสารเสวยรมณ์ชุมสุขทุกประการ  ดับสังขารดับชาติสะอาดครัน สุขอันใดที่จะสุขเหมือนเมืองแก้วสุขยิ่งแล้วล้ำเลิศยิ่งทุกสิ่งสรรค์ พ้นวิสัยใครเลยจะตามทัน  เป็นมะหันตะมะโหโอราฬาร  สัปบุรุษสุจริตศรัทธาแท้อย่าเหลียวแลลุ่มหลงในสงสาร  เสวยรมณ์ชมสุขกิเลสมารย่อมสาทานทนทุกข์สุขไม่มี../


บทสวด พรหมา
     พรหมา จะโลกา ธิปะติ สะหัมปะติ กัตอันชะลี อันธิวะรัง อะยา จะถะ สันติธะ สัตตาป ปะระชักขะ ชาติกาเทเสตุธัมมัง อนุกัมปิมัง ปะชัง..
      (แปล) ท้าวสหัม บดีพรหมเอกบรมพรหมโสฬส  รู้คสวามตาปรากฏลือทั่งหมดในโลกสาม  เจ้าชายสิทธัสถะทรงสละโลกีย์กาม  บรรพชาพยายามแสวหาโพธิญาณ  ท่านพบแล้วแก้วประเสริฐของล้ำเลิิศใครเปรียบปาน  อมตะพระนิพพานโพธิญาณสัพพัญญู  หกพรรษาหามรรคผลพระทศพลตรัสรู้  ไม่มีอาจารย์ครูท่านผู้รู้คือพุทโธ  พุทโธโพธสัตว์พรหมน้อมหัตนะมัสโส  เศียรค้อมน้อมมะโนขอพุทโธโปรดประทาน  นิมนต์พระคุณเจ้าโปรดชี้กล่าวคำบรรหาร  แสดงธรรมคำวิจารณ์จงประทานเทศนา  สั่งสอนสัตว์กำจัดทุกข์บอกทางสุขแก่เทวดา  ทั่วเทพมนุษย์สาโปรดเมตตาสัตว์ผู้ยาก  โปดให้ได้รับสุขกำจัดทุกข์ผู้ลำบาก  อวิชชาหนาแน่นมากสัตว์ลำบากเพราะเวรกรรม 
        พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งช่วยแสดงช่วยแนะนำ  นำสัตว์ตัดเวรกรรมเอาพระธรรมมาแจกจ่าย  ผู้ใดปฏิบัติย่อมกำัจัดพวกมารร้าย  พระองค์ทรงนำให้  บอกทางไว้ไปสวรรค์ทางดีนี้ทางสุข  ทางที่ทุกข์อย่าบุกบั่น  ทางธรรมสำราญครันเกษมสันต์สุขสบาย  เราท่านทั้งหลายเอยอย่าหลงเลยจนลืมตาย  ตายจริงทั้งหญิงชายทั้งร่างกายก็สูญเปล่า  ถมพื้นปฐพีถึงจนมีทั้งเราเขา มีทรัพย์นับสำเภาไม่ได้เอาติดตัวไป  เนื้อเลือดของเราแท้ต้องทิ้งแน่เข้ากองไฟ  บุญกรรมนำติดไปพวกเราไซร้ลองคิดดู../  

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

พระคุณของแม่__ให้พิจารนาเมื่อถึงวันเกิด



" พระคุณของแม่ "
              
    พระคุณของแม่ : รักของใครก็ไม่แท้เท่าแม่รัก   ผูกสมัครสายเลือดไม่เหือดหาย   อันรักอื่นยังประจักษ์ว่ารักคลาย   จืดจางง่ายไม่จีรังดังมารดา   ตั้งแต่เล็กอุปถัมภ์ค้ำจุนลูก   ให้ความสุขถนอมนักเฝ้ารักษา    เมื่อยังเล็กแม่เคยป้อนโภชนา   ยามนิทรากล่อมเห่ใส่เปลไกว   ยามเจ็บไข้ยากเย็นแม่เป็นทุกข์   ลูกเป็นสุขแม่จึงปลื้มลืมทุกข์ได้   รักลูกแสนห่วงเหมือนดวงใจ  ถึงตีด่าก็เพื่อให้ลูกดี   เฝ้าอบรมจรรยามารยาท   ไม่ประมาทกลัวจะเสียศักดิ์ศรี   ให้เล่าเรียนเพียรวิชาหาความดี    แสนสุดที่จัดสรรพรรณา   ถึงชีวิตแม่ก็รักอย่างหนักหน่วง    รักดั่งดวงจิตจริงไม่ทิ้งได้   แม่รักรักจริงรักยิ่งกว่าสิ่งใด   ไม่มีใครรักแท้เท่าแม่นี้  แม่เลี้ยงมาฟัฝ่าอุปสรรค   ถนอมนักมิให้ลุกหมองศรี   พร่ำสอนสั่งหวังใจให้ลูกดี   เจริญศรีแก่ลูกทุกประการ   แม้ลูกผิดแม่อภัยให้ทุกเมื่อ   รักไม่เบื่อเกลียดไม่ลงเพราะสงสาร   มีเมตตากรุณาดุจดวงมาร   จะเปรียบปานชีวิตแม่ก็แค่ทน   ตั้งแต่น้อยจนใหญ่ไม่หน่ายลูก   เฝ้าพันผูกปรีเปรมเกษมสานต์   ลูกไ้ด้ดีแม่ก็ปลื้มลืมทุกข์พลัน   ก็แหละนั้คือผลแม่ทนมา...: 
            
    อันพระคุณของแม่เห็นยากแท้จะตอบแทน   พระคุณท่านนั้นเหลือแสน  จะตอบแทนไม่ถึงเลย  ท่านถนอมเฝ้ากล่อมเกลี้ยง  บำรุงเลี้ยงเคียงเขนย  แสนภิรมย์เฝ้าชมเชย  ท่านไม่เคยให้ห่างไกล  ลูกเจ็บไข้หรือได้ป่วยท่านเอาใจช่วยเอาใจใส่   แสนเป็นห่วงเจ้าดวงใจ  ไม่ห่างไกลไปลับตา  ตักแม่ลูกเคยหนุนเคยอบอุ่นเป็นนักหนา  อกกับตักของมารดาจะเทียบเท่าไม่ถึงเลย   ตักแม่ของลูกลูกนอนต่างฟูกหรือเขนย  ไม่ปล่อยปละหรือละเลยให้ทรามเชยเจ้ากินนม   เห่กล่อมจอมดวงใจไม่ห่างไกลเฝ้าเชยชม   จุมพิศสนิทสนมแสนภิรมย์ดังดวงใจ   ความรักของคุณแม่เห็นยากแท้จะพรากได้  ท่านรักลูกสุดหัวใจไม่มีใครจะรักจริง    ท่านป้องคุ้มครองภัยให้ลูกชายและลูกหญิง   ไม่มีใครเขารักจริง  เหมือนดั่งแม่รักแน่นอน  แทนคุณท่านไม่หมดถึงบรรพตยอดสิงขร  พื้นแผ่นดินสิ้นสาคร   ยังไม่เท่าคุณมารดา  คิดดูเถิดหญิงชายเอ๋ย  อย่าละเลยจำไว้หนา  อย่าเนรคุณมารดามันจะพาไปอบาย../

รักลูก........ลูกรัก
     พ่อแม่ก็แก่เฒ่าจำจากเจ้าไม่อยู่นาน  จะพบจะพ้องพานเพียงเสี้ยววานของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจากเพราะยังอยากเห็นลูกหลาน   แต่ชีพมิทนทานย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสารอย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ        คนแก่ชะแรวัยคิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่าเพียงเมตตาช่วยอาทร         ให้กินและให้นอนคลายทุข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึงให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย     ร้องให้ยามป่วยไข้ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน       หวังเพียงจะได้ยลเติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิดขอให้คิดทุกทุกยาม           ใจแท้มีแต่ความหวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่งมีหรือหวังทนอยู่ได้              วันหนึ่งคงล้มไปทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง../




           

         

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

นี้ ไม่ใช่ พุทธวจน 2

        คำทำนายอนาคต   ได้ทำนายไว้ก่อน ปี ๒๕oo    ครึ่งพุทธกาล  คัดจากหนังสือโบราณที่เขียนขึ้นก่อน ปี พ.ศ.๒๕00
    
        เหตุวิบัติกิ่งสุดพุทธกาล  เยี่ยงโหราตาครูผู้รู้เหตุ   หมดขอบเขตจนกว่าอาวสานต์  อ่านแล้วจำ จำแล้วคิด  คิดแล้ววิจารณ์   เปรียบเหมือนการสร้างเกราะไว้ป้องกัน   มีฉันทะวิริยะทะมะตั้ง  อายุยังไม่สลายทำลายขันธ์   รักษาศีลภาวนาไม่อาธรรม  ทุกคืนวันเป็นนิจกิจการ..  ใครพบอ่านวานบอกผู้อื่นด้วย  เหมือนหนึ่งช่วยล้างทุกข์ให้สุขขี  เจริญพรภาวนาตามบาลี  จะได้มีวัฒนาถาวะโร  ใครเชื่อถ้อยฟังคำกระทำตาม  จะมีความสงบสุขหมดทุกข์โข  ดังองพระพุทธาสาวโก  ขึ้นมรรคโคตามหลักช่วยชักจูง  เหมือไพฑูรย์เพทายขยายแสง  ให้เห็นแจ้งตลอดขั้นขึ้นชั้นสูง.. 
  
  * ครึ่งยุคถึงกาลให้หลานคิดดู      บ้านเมืองเคืองเข็ญจำเป็นต้องรู้   ผู้ใดใครผู้ทั่วหน้าประชาชน  ห่างศีลไกลธรรมเหยียบย่ำผจญ    ตัดรอนทอนทนปี้ป่นยุบยับ  ราชสีห์จะเข้าป่ามฤคาไล่ขับ       กบไล่นายกลับเขียดรับตำแหน่ง   นาคราชพ่นพิษมืดมิดทั่วแหล่ง   จิตขุ่นใจแข็งเรี่ยวแรงทารุณ  ชั่วบาปหยาบช้าริษยาว้าวุ่น   โลกหมุนคนไหม้เพราะไร้ศีลธรรม  บ้านเมืองเคืองเข็ญคงเห็นเป็นกรรม    แข่งหน้ากระทำให้กรรมหมกมุ่น  ประมาทคาดหมายว่าไม่มีนรก     ผลมะเดื่อลูกดกสุกเรืองเหลืองดี  สกปรกภายในตัวหนอนบ่อนมี     หลานฟังให้ดีตานี้ปราศัย  
        บ้านร้อนเมืองร้าวเจ้าคงเข้าใจ    สร้างเหตุนำภัยภายในกันเอง  น้ำจะแรงลมจะร้ายให้คิดกลัวเกรง   ช้างสารทำเพลงอวดเก่งยศถา  เอาชื่อนายขายกินหมดสิ้นปัญญา  ทนายทำนาพยัฆคาคำรณ  มีทางคนไม่เดินหนาเคหาไม่มีคน  ฤดูฟ้าฝนไม่ตกตามกาล   นายไพร่บ่าวนายมิวายรำคาญ   นักพาลจะรานพุทธแสนสุดเคืองเข็ญ  ตลาดจะวายหลานชายคงเห็น      เหล็กกล้าเหล็กเป็นเคี่ยวเข็ญแก่กัน  โรคร้ายไข้แปลกผิดแผกทุกวัน  บ้านเมืองจะเสียขวัญให้พลันเกรงขาม     

      ใกล้กิ่งศาสนาท่านว่าจะเกิดความ  โจรร้ายคุกคามไฟลามบ้านเมือง      คนบ้าจะเป็นนายพลไพร่ตายเปลือง  อำมาตย์เจ้าเมืองจะได้เปลื้องเครื่องทรง  เพราะกรรมประมาทอาจทำให้หลง  จิตใจทนงเจ้าคงเดือดร้อน  มนุษย์ด้วยกันมิได้ผันผ่อน   เ็ป็นสมัยตัดรอนจองกรรมทำเวร  ทุจริตผิดทางมิอ้างกฏเกณฑ์..  พวกนายสมมุติเข้ายึดตำแหน่ง  โลกร้อนเมืองแรง   แข่งด่าว่ากันแย่งดีแย่งที่ใจจี้หุนหัน    ยิ่งรู้ยิ่งรันหักหันบั่นทอน  จิตใจไกลธรรมสร้างกรรมเดือดร้อน  ทุกชาติวุ่นว่อนย่ำยีบีฑา   แย่งน้ำแย่งดินทรัพย์สินนานา   เตรียมเครื่องยุทธนาเข่นฆ่าราวี   แบ่งชั้นวรรณะพระเจ้าไม่มี  สัมพันธ์ไมตรีจะขาดร้างห่างหาย  การบ้านการเมืองจะเกิดเคืองระคาย  สัตว์โลกทั้งหลายสองหน้าตาเดียว..  โลกหมุนหุนหันเพราะขันแข่งดี   ชีวิตประชากรเดือดร้อนเต็มที่     
       ทุกวันเดี่ยวนี้จะไม่มีผู้ปลอดภัย   ทุกประเทศบ้านเมืองมีแต่เรื่องร้อนใจ  ทุกถิ่นไม่สิ้นเหตุการณ์   ไม่ไว้ใจกันทั่วทุกถิ่นฐาน  ปลาในชลธารจะผุดพล่านกินคน  นักปราชญ์ราชครูมีสายหลายกล  ฤาษีเจ้ามนต์ต้องหนีร่นเข้าป่า  อาวุธพ่นพิษแผลงฤทธ์ออกมา  บ้านเรือนเคหาถูกทำลายเป็นจุล  ให้ระวังกันเถิดจะเกิดการว้าวุ่น  พ่อเจ้าแม่คุณรีบทำบุญให้ทาน  ฟังธรรมอบรมฝึกฝนสันดาน   จะได้แคล้วภัยพาลในกาลข้างหน้า   จะมีโรคร้ายไข้จับดับชีวา   เหล่าฝูงประชาจะยากเย็นเข็ญใจ   โลกจะร้อนเรื่องรบจบทั่วกันไป  ถึงว่าเราไทยภัยจะบังเกิดมา   คนกลางนครจะรอนเข้าป่า  จะลำบากยากยิ่งจริงๆหนา    ในกาลข้างหน้าหลานอย่าได้ทนง  เพศบวชวิปริตผิดกิจการสงค์  

     ชาติไทยจะยืนยงเพราะสามัคคี   พร้อมเนื้อพร้อมใจไม่ราญราวี  ไทยจะยืนยงเพราะมีพุทธศาสนา   ครูตาสั่งไว้อย่าได้ประมาท   สหประชาชาติก็มิอาจคุ้มกัน   แดงจะแรงขาวจะกล้ารบราฆ่าฟัน   ต่างชาติหุนหันร่วมกันทำลาย    ชีวิตพลเมืองตายเปลืองเหลือหลาย    ทหารตายล้านหมื่นแสน   ผู้ดีลิ่นแลนโลกแสนเคืองเข็ญ  ถึงผู้ดีก็อย่าหมายว่าไม่มีกรรมเวร    เป็นยุคเอียงเอนไม่มีเที่ยงธรรม  สัตว์โลกชุลมุนไปตามบุญกรรม   เพราะเหตุกระทำชั่วชัาลามก   ลัทธินานาหลานอย่าชูยก   โชคอับชาติตกให้หลานยกพุทธ    ถือศีลให้ดีจะมีความบริสุทธิ์     เพราะเหตุการณ์ยุทธไม่สิ้นสุดดินแดน    

     สงครามจะลามมาหาไทยเมืองแมน   ไทยจำนวนแสนสุดแสนเวทนา    เราไทยเดี่ยวนี้ดูดีสง่า   แต่เบาปัญญาตาไม่ยืดยาว   ฟังเถิดพวกเจ้าตาเล่าให้ฟัง   ไทยเราเดี่ยวนี้มิได้สมหวัง    ศรัตรูไทยยังให้ระวังจงดี    รอบรั้วประเทศขอบเขตไทยนี้..   ทุกชาติภาษาจะมาอุบไทย     ทั้งถิ่นเสือมองรอบทิศคิดเอาไทยกิน   เขาผลาญให้สิ้นเชื้อชาติศาสนา     ไทยเราเคยร้าวเหมือนตากล่าวมา     แต่กาลข้างหน้าจะร้ายกว่าไปอีก    จะกิ่งคอดรอดน้อยให้หลานคอยหลีก   เหล่ามนุษย์มีปีกจะย่ำยีบีฑา   ระวังไว้เถิดหลานในกาลข้างหน้า    พื้นน้ำดินฟ้าจะหมองราร่ำไป     นายครึ่งไพร่ท่อนโลกร้อนกันใหญ่      ไม่กลัวโทษร้ายสร้างกรรมทำเวร   ตายแล้วจะเกิดอีกหาทางหลีกเว้น    ให้ระวังข้างหน้าโลกาจะเป็นไฟ    ไม่ว่าผู้ใดให้ตั้งใจทำบุญ   รับศีลให้ทานอย่าพาลทารุณ   หลานต้องพึ่งบุญปกเกล้าเกศา    ในน้ำจะมีภัยไฟจะตกจากฟ้าตะกั่วเหล็กกล้าจะมผจญ..   

     บรรพบุรุษของไทยจิตใจกล้าหาญ   ศัตรูรุกรานไทยผ่านรอดมา    ชวนฟังชวนคิดตามลิขิตของตา    ขุนนางเท้าพระยาจะเร่ราพาตน    เขามีปีกหางบินกว้างทางบน     เอาชีวิตประชาชนตายแทนตนร่ำไป    ปากกล้าพากายแล่นผ่านแดนหนีภัย    ทั้งเด็กผู้ใหญ่ราษฏรร้อนรน      ต้องตายแทนนายมากมายเหลือล้น    ชีวิตทุกคนขุ่นแค้นแสนขัด    อุบาสกอุบาสิกาจะนิราห่างวัด    บ้านเมืองเคืองขัดจะพรากพลัดกันไป     เผ่าไทยคิดคดทรยศกับไทย     มีแต่ร้อนใจทุกไทยบ้านเรือน..  มนุษย์จะพลิกหน้านาวาจะพลิกใบ   มนุษย์ยศสูงใหญ่จะเสือกใส่ประชา        น้ำกลับเป็นพิษไฟติดลามป่า       ญาติวงศ์พงศาไม่สมาคมกัน         หักร้างห่างญาติอุกอาจบุกบั่น    พี่ก็รุกน้องก็รันห้ำหั่นต่ิอสู้       เชื้อสายจะขาดมิตรคิดเป็นศัตรู    ก้อนเส้าจะเป็นงูหนูเป็นราชสีห์      ผีเรือนผีบ้านจะรุกรานราวี          ผีดงพงพีจะรีบรี่เข้าเมือง       
        โลกหมุนกระเดื่องยักเยื้องกลับหลัง    ขุนนางต้องหนีออกคนนอกเข้าวัง  จรเข้คลานขึ้นฝั่ง      วังกลายเป็นหาดน้ำเซาะเข้าฝั่งตลิ่งพังพินาศ..  ทั่วโลกมณฑลจะดิ้นรนกันใหญ่   กิ่งกาลพุทธันให้พลันเตรียมตัว    พวกพาลจะหาญหัก      บ้านร้อนเมืองร้าวต้องเห็นประจักษ์จะแยกพุทธยึดพรรคมากร้ายยิ่งนัก     พื้นที่นกยูงเคยอยู่สะบายกาก็ไล่จิกตี        โคเถื่อนจะรุกรานโคบ้านเข้าป่า   ศาสนาเราไทยจะกิ่งไปชั่วคราว     เงินตราจะพลิกแพลงใบแดงกลับขาว   ต่างด้าวเสเพลไขว้เขวเหลือหลาย    ล่วงประเทศเขตขินเป็นถิ่นพากาย    มีชาติมากมายขยายมาไทย   ไทยเราใจดีมิเลือกหน้าชาติไหน    สมาคมเรื่อยไปจนไทยรำคาญ   นำเหตุมาให้ภายในถิ่นฐาน   ไทยจึงเดือดดาลเพราะไว้ใจกัน   ต่างด้าวจะรีดไทยไปนานๆวัน    บัณฑิตแปลกผันแปรหันเหตุการณ์   มานะรุมกลุ้มจิตคิดแต่จะรุกราน   ชาติแยกแตกพล่านเกิดการร้อนรนเอกราชทุกประเทศมีเหตุสับสน    เหยีบย่ำฝูงคนไร้ผลปกครอง นายก็ขูดไพร่ขูดมิพูดปรองดอง   มีแต่จองหองจ้องกรรมทำเวร ทุกเหล่าประชาบีฑาเคืองเข็ญ   จะมีแต่เอียงเอนโซเซทรุดซา..

            การทำนายผิดถูกอย่างไรหลานชายต้องรู้    อย่าว่าตาขู่อวดรู้อวดแรง    ใช่ตาทุจริตแกล้งคิดดัดแปลงอย่าดาอย่าแช่ง  ตาจะบอกกล่าวหลานรักทั้งหลายจะได้เรื่องราว   จะมีเหตุร้อนร้าวเหมือนตาเล่ามา    ต่อไปไม่นานในกาลข้างหน้า    จริงเท็จมิช้าหลานอย่าสงสัย    จะสับสนอลหม่านเหตุการณ์ภายใน   

     ขอให้เจริญสุขขาสถาพร    คิดดีจะเห็นกาลคิดนานจะเห็นกรณ์   จบคำว่าวรเหมือนกลอนพรรณา  คอยดูเถิดหลานในกาลข้างหน้า   เอวังรั้งราบรรณา../


Linkสรรรพคุณสมุณไพร